แผลเป็นเก่า รักษายังไงให้ดูจางลง และต้องใช้เวลานานแค่ไหน
- GM Clinic

- Jul 3
- 1 min read

หลายคนมี “แผลเป็นเก่า” ที่อยู่กับผิวมานาน ไม่ว่าจะเป็นรอยจากสิว อุบัติเหตุ หรือแผลผ่าตัด บางรอยอาจไม่ได้เจ็บแล้ว แต่ยังทิ้งร่องรอยไว้ให้เห็นชัด ทำให้ขาดความมั่นใจ โดยเฉพาะเมื่ออยู่บนใบหน้าหรือบริเวณที่มองเห็นง่าย
คำถามที่พบบ่อยคือ แผลเป็นเก่ารักษาได้ไหม และต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล บทความนี้จะช่วยอธิบายให้เข้าใจตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงแนวทางรักษาที่เหมาะสม
แผลเป็นเก่าคืออะไร ต่างจากแผลใหม่อย่างไร
แผลเป็นเก่าคือแผลที่ผ่านกระบวนการสมานตัวของผิวมาแล้ว โดยทั่วไปจะเกิน 6–12 เดือนขึ้นไป ทำให้โครงสร้างผิวบริเวณนั้น “คงตัว” แล้ว ความต่างสำคัญคือ
แผลใหม่ยังมีการซ่อมแซมอยู่ → ตอบสนองต่อการรักษาได้เร็ว
แผลเก่ามีโครงสร้างผิวเปลี่ยนไปแล้ว → ต้องใช้การกระตุ้นให้เกิดกระบวนการซ่อมแซมใหม่
จึงเป็นเหตุผลที่แผลเป็นเก่ามักต้องใช้เวลาในการรักษานานกว่า
แผลเป็นมีกี่แบบ?
ก่อนเลือกวิธีรักษา ต้องรู้ก่อนว่าเป็นแผลแบบไหน เพราะแต่ละชนิดใช้วิธีต่างกัน
1. Atrophic Scar (แผลเป็นหลุม/ยุบ)
ผิวเกิดการสูญเสียคอลลาเจน
ทำให้เกิดรอยยุบ เช่น หลุมสิว
ผิวไม่เรียบ เห็นชัดเวลาโดนแสง
2. Hypertrophic Scar (แผลเป็นนูน)
แผลนูนขึ้น แต่ยังอยู่ในขอบแผลเดิม
มักเกิดจากแผลผ่าตัดหรือแผลลึก
อาจคันหรือแดงในช่วงแรก
3. Keloid (แผลเป็นคีลอยด์)
นูนและ “ลามออกนอกขอบแผล”
เกิดจากการสร้างคอลลาเจนมากเกินไป
พบบ่อยบริเวณ หน้าอก ไหล่ ใบหู
4. Contracted Scar (แผลเป็นดึงรั้ง)
ผิวหดตัว ทำให้รู้สึกตึง
มักเกิดจากแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
หากรุนแรง อาจกระทบการเคลื่อนไหว

แผลเป็นเก่ารักษาให้จางลงได้ไหม?
คำตอบคือ “ดีขึ้นได้” แต่ไม่ใช่การลบให้หาย 100% เหมือนผิวเดิม เป้าหมายของการรักษาคือ
ทำให้สีจางลง
ปรับพื้นผิวให้เรียบขึ้น
ทำให้ดูใกล้เคียงผิวปกติมากที่สุด
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุของแผล ความลึก และสภาพผิวของแต่ละคน
วิธีรักษาแผลเป็นเก่าที่ได้ผล
1. เลเซอร์ปรับสีผิว (สำหรับรอยดำ / รอยขาว/รอยแดง)
ช่วยลดเม็ดสีที่ผิดปกติ และกระตุ้นให้สีผิวสม่ำเสมอขึ้น
2. เลเซอร์กระตุ้นคอลลาเจน (สำหรับหลุมและผิวไม่เรียบ)
ช่วยให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้หลุมตื้นขึ้น ผิวเรียบขึ้น
3. RF Microneedling หรือเทคโนโลยีลงลึก
ช่วยฟื้นฟูผิวในระดับลึก เหมาะกับแผลเป็นเก่าที่ฝังลึกหรือดื้อการรักษา
4. ยาฉีดรักษาเนื้อเยื่อบาดแผล
เช่น การฉีดยาเพื่อลดขนาดเนื้อแผลเป็นนูน ยาฉีดรักษาเม็ดสีและกระตุ้นคอลลาเจน
5. โปรแกรมรักษาแบบผสมผสาน
ในหลายเคส แพทย์จะใช้หลายเทคนิคควบคู่กัน เพื่อให้ผลลัพธ์ดีและเป็นธรรมชาติ
สามารถดูรายละเอียดโปรแกรมรักษาแผลเป็นเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gmclinicthailand.com/keloid-scars
แผลเป็นเก่าต้องใช้เวลารักษานานแค่ไหน?
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับชนิดของแผลเป็น โดยประมาณ:
รอยดำ: 1 เดือนเริ่มเห็นผล
หลุมสิว: 3–6 เดือนขึ้นไป
แผลเป็นนูน: ต้องรักษาต่อเนื่องหลายเดือน
แผลเป็นลึกมาก: อาจใช้เวลา 3–6 เดือน
ส่วนใหญ่ต้องทำหลายครั้ง และเว้นระยะให้ผิวฟื้นตัวระหว่างการรักษา
ทำไมบางคนรักษาแผลเป็นแล้วไม่เห็นผล?
สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
เลือกวิธีไม่ตรงกับชนิดแผล
ทำไม่ต่อเนื่อง
ไม่ดูแลผิวหลังทำ
ยังมีพฤติกรรมกระตุ้น เช่น แดดหรือการอักเสบ ติดเชื้อ
การรักษาแผลเป็นต้องใช้ทั้ง “เทคโนโลยี” และ “วินัยในการดูแลผิว” ควบคู่กัน
วิธีดูแลผิวระหว่างรักษาให้เห็นผลเร็วขึ้น
ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ
หลีกเลี่ยงการแกะ เกา หรือกดบริเวณแผล
ใช้สกินแคร์ตามคำแนะนำแพทย์
พักผ่อนให้เพียงพอ
สิ่งเล็กๆ เหล่านี้มีผลต่อผลลัพธ์ระยะยาวมากกว่าที่คิด
เมื่อไหร่ควรเริ่มรักษาแผลเป็นเก่า?
จริงๆ แล้ว “ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งดี” แม้จะเป็นแผลเก่าก็ยังสามารถฟื้นฟูได้ หากเริ่มรักษาอย่างถูกวิธี
ควรพิจารณาเข้าปรึกษาเมื่อ
แผลเป็นชัดเจนและรบกวนความมั่นใจ
รักษาเองแล้วไม่ดีขึ้น
เป็นแผลลึกหรือแผลนูน
ทำไมควรรักษาแผลเป็นที่ GM Clinic?
ที่ GM Clinic อุบลราชธานี มีการวิเคราะห์แผลเป็นแบบรายบุคคล และเลือกเทคโนโลยีให้เหมาะกับแต่ละเคส ไม่ว่าจะเป็น
แผลเป็นรอยดำ
หลุมสิว
แผลนูนหรือคีลอยด์
โดยเน้นผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัย
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gmclinicthailand.com/ แผลเป็นเก่าไม่ใช่สิ่งที่ต้องอยู่กับมันตลอดไป แม้จะไม่สามารถลบให้หาย 100% แต่สามารถทำให้ “จางลงและดูดีขึ้นอย่างชัดเจน” ได้ หากเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม
สิ่งสำคัญคือ
รู้ประเภทของแผล
เลือกวิธีให้ตรงจุด
และรักษาอย่างต่อเนื่อง
หากเริ่มต้นได้ถูกทางตั้งแต่แรก ผลลัพธ์จะคุ้มค่าในระยะยาว และช่วยให้กลับมามั่นใจกับผิวของตัวเองอีกครั้ง



