รักษาคีลอยด์อย่างไรไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ?
- GM Clinic

- 16 hours ago
- 2 min read
Updated: 2 hours ago

แผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ เป็นปัญหาที่ทำให้หลายคนกังวล เพราะนอกจากจะส่งผลต่อความสวยงามแล้ว ยังอาจมีอาการคัน เจ็บ หรือทำให้รู้สึกไม่มั่นใจได้ ที่สำคัญคือแม้จะรักษาจนแผลยุบลงแล้ว แต่หากดูแลไม่ถูกวิธี ก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า คีลอยด์เกิดจากอะไร แผลเป็นนูนรักษาได้อย่างไร และต้องดูแลตัวเองแบบไหนเพื่อลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
รู้จักคีลอยด์ให้มากขึ้น
แผลเป็นแบบไหนเรียกว่า “คีลอยด์”?
เช็กให้ชัดระหว่างแผลเป็นนูนกับคีลอยด์?
ทำไมบางคนถึงเป็นคีลอยด์?
คีลอยด์มักจะเกิดบริเวณไหนบ้าง?
คีลอยด์รักษาได้ไหม?
วิธีรักษาแผลเป็นนูนและคีลอยด์
รักษาคีลอยด์แบบไหนไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ?
หลังรักษาคีลอยด์ควรดูแลแผลอย่างไร?
คีลอยด์รักษายังไงให้ตรงจุด? รู้จักแนวทางดูแลแผลเป็นที่ GM Clinic
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแผลเป็นคีลอยด์
แผลเป็นแบบไหนเรียกว่า “คีลอยด์”?
แผลเป็นที่เกิดจากการสร้างคอลลาเจนมากเกินไปในระหว่างกระบวนการซ่อมแซมผิว ทำให้แผลนูนขึ้น แข็ง และขยายออกนอกขอบแผลเดิม แตกต่างจากแผลเป็นทั่วไปที่มักค่อยๆ เรียบลงเมื่อเวลาผ่านไป แผลเป็นคีลอยด์สามารถเกิดได้หลังจากสิว การผ่าตัด อุบัติเหตุ แผลไฟไหม้ การเจาะหู หรือแม้แต่บาดแผลเล็กๆ บางคนอาจมีอาการคัน แสบ หรือรู้สึกตึงบริเวณแผลร่วมด้วย
เช็กให้ชัดระหว่างแผลเป็นนูนกับคีลอยด์?
หลายคนมักเรียกรวมกันว่า “แผลเป็นนูน” แต่จริงๆ แล้วมีความแตกต่างกัน
แผลเป็นนูน (Hypertrophic Scar)
นูนขึ้นเฉพาะบริเวณแผลเดิม
มีโอกาสยุบลงได้เองเมื่อเวลาผ่านไป
ตอบสนองต่อการรักษาได้ค่อนข้างดี
แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid)
ลุกลามเกินขอบแผลเดิม
มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูง
ต้องอาศัยการรักษาและติดตามผลต่อเนื่อง
ทำไมบางคนถึงเป็นคีลอยด์?
ปัจจัยที่ทำให้เกิดแผลเป็นคีลอยด์มีหลายอย่าง เช่น
พันธุกรรม หรือคนในครอบครัวมีประวัติคีลอยด์
แผลอักเสบเป็นเวลานาน
สิวอักเสบรุนแรง
การผ่าตัดหรืออุบัติเหตุ
การเจาะหูหรือสักผิวหนัง
ตำแหน่งที่ผิวมีแรงดึงรั้งมาก เช่น หน้าอก ไหล่ หรือแผ่นหลัง
คีลอยด์มักจะเกิดบริเวณไหนบ้าง?
คีลอยด์สามารถเกิดได้หลายตำแหน่ง แต่บริเวณที่พบได้บ่อย ได้แก่
หน้าอก
หัวไหล่
แผ่นหลัง
กรามและใบหน้า
ติ่งหู
ลำคอ
บริเวณเหล่านี้เป็นจุดที่มีการเคลื่อนไหวหรือแรงดึงของผิวหนังมาก จึงมีโอกาสเกิดแผลเป็นนูนได้ง่ายกว่าบริเวณอื่น
คีลอยด์รักษาได้ไหม?
ปัจจุบัน แผลเป็นนูนรักษาได้ และสามารถทำให้แผลเรียบลงหรือมีขนาดเล็กลงได้ แต่การรักษาแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับขนาด ความหนา ระยะเวลาที่เป็น และตำแหน่งของแผล
ในบางกรณีแพทย์อาจใช้หลายวิธีร่วมกัน เพื่อช่วยลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำและให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
วิธีรักษาแผลเป็นนูนและคีลอยด์
1. การฉีดยาลดคีลอยด์
เป็นวิธีที่นิยมใช้ ช่วยลดการอักเสบและทำให้แผลยุบลง เหมาะกับแผลที่นูนหรือแข็ง
2. เลเซอร์รักษาแผลเป็น
ช่วยลดรอยแดง ลดความหนาของแผล และปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น มักทำร่วมกับวิธีอื่น
3. การผ่าตัดคีลอยด์
เหมาะกับคีลอยด์ขนาดใหญ่ แต่โดยทั่วไปมักต้องรักษาร่วมกับวิธีอื่น เพื่อลดโอกาสเกิดซ้ำ
4. แผ่นซิลิโคนหรือเจลซิลิโคน
ช่วยลดการนูนและช่วยให้แผลเรียบขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง
5. การรักษาแบบผสมผสาน
เช่น ฉีดยาร่วมกับเลเซอร์ หรือผ่าตัดร่วมกับการรักษาต่อเนื่อง ซึ่งมักช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้ดีกว่าใช้วิธีเดียว
รักษาคีลอยด์แบบไหนไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ?
แม้รักษาแล้ว คีลอยด์ยังมีโอกาสกลับมาได้ โดยเฉพาะในคนที่มีพันธุกรรม ดังนั้นการดูแลหลังรักษาจึงสำคัญมาก
ดูแลแผลตั้งแต่ระยะแรก: หากมีบาดแผลหรือแผลผ่าตัด ควรดูแลให้แผลสะอาดและลดการอักเสบ
ใช้ซิลิโคนตามคำแนะนำของแพทย์: การใช้แผ่นซิลิโคนหรือเจลซิลิโคนอย่างต่อเนื่อง อาจช่วยลดการเกิดแผลเป็นนูนได้
หลีกเลี่ยงการเกาและการเสียดสี: การระคายเคืองซ้ำๆ อาจกระตุ้นให้คีลอยด์โตขึ้น
เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง: ในบางรายอาจต้องติดตามผลหรือทำการรักษาซ้ำตามแผนของแพทย์
หลีกเลี่ยงการเจาะหรือทำหัตถการในจุดเสี่ยง: โดยเฉพาะคนที่เคยมีประวัติเป็นคีลอยด์มาก่อน
หลังรักษาคีลอยด์ควรดูแลแผลอย่างไร?
หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด
ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
ไม่แกะหรือเกาบริเวณแผล
ใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของแพทย์
สังเกตความผิดปกติของแผล หากเริ่มนูนขึ้นควรรีบพบแพทย์
คีลอยด์รักษายังไงให้ตรงจุด? รู้จักแนวทางดูแลแผลเป็นที่ GM Clinic
ประเมินลักษณะแผลก่อนวางแผนการรักษา
แผลเป็นของแต่ละคนไม่ได้เหมือนกัน ทั้งชนิด ความหนา ขนาด ตำแหน่ง และระยะเวลาที่เป็น การรักษาจึงไม่ควรใช้วิธีเดียวกันกับทุกคน GM Clinic ให้ความสำคัญกับการประเมินแผลเป็นและวางแนวทางการรักษาเฉพาะราย
ดูแลแผลเป็นหลายประเภท
นอกจากแผลเป็นคีลอยด์แล้ว GM Clinic ยังดูแลแผลเป็นประเภทอื่น เช่น แผลเป็นนูน แผลเป็นบุ๋ม แผลหดรั้ง แผลผ่าตัด แผลจากอุบัติเหตุ รวมถึงแผลเป็นจากไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก
เลือกเทคโนโลยีให้เหมาะกับปัญหา
GM Clinic มีเทคโนโลยีและแนวทางรักษาแผลเป็นหลายรูปแบบ ทำให้สามารถเลือกวิธีให้เหมาะกับลักษณะของแผลแทนการใช้วิธีเดียวกับทุกเคส โดยเว็บไซต์ของคลินิกระบุถึงการใช้เลเซอร์, RF และเทคนิคเฉพาะสำหรับแผลเป็นแต่ละประเภท
มีแพทย์ดูแลและประเมินแนวทางการรักษา
GM Clinic อยู่ภายใต้การดูแลของ พญ.อภิสรารัชญ์ ชูปัญญา และ พญ.ธัญญณัฐพร ชูปัญญา โดยทางคลินิกเน้นการประเมินปัญหาและออกแบบแนวทางการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแผลเป็นคีลอยด์
1. คีลอยด์รักษาให้หายขาดได้ไหม? คีลอยด์ สามารถรักษาให้ยุบลงและมีลักษณะเรียบขึ้นได้ แต่ยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ โดยเฉพาะผู้ที่มีแนวโน้มเกิดคีลอยด์ จึงควรติดตามผลและดูแลแผลอย่างต่อเนื่องหลังการรักษา
2. แผลเป็นนูนรักษาด้วยวิธีไหนได้บ้าง? การรักษาแผลเป็นนูนมีหลายวิธี เช่น การฉีดยา เลเซอร์ การใช้แผ่นซิลิโคน หรือการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับลักษณะ ขนาด และตำแหน่งของแผล แพทย์จะประเมินก่อนเลือกวิธีที่เหมาะสม
3. รักษาคีลอยด์แล้วมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำไหม? มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ แม้จะรักษาจนแผลยุบแล้วก็ตาม โดยเฉพาะคีลอยด์ที่มีขนาดใหญ่หรืออยู่ในบริเวณที่มีแรงดึงของผิว การรักษาต่อเนื่องและการดูแลหลังรักษาจึงมีส่วนช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ
4. คีลอยด์เกิดจากสิวได้หรือไม่? ได้ โดยเฉพาะสิวอักเสบที่มีขนาดใหญ่หรือมีการแกะและบีบบ่อยๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบและกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อจนกลายเป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ได้
5. หลังรักษาคีลอยด์ควรดูแลอย่างไรเพื่อไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ? ควรหลีกเลี่ยงการเกา การแกะ และการเสียดสีบริเวณแผล รวมถึงดูแลแผลตามคำแนะนำของแพทย์ และอาจใช้แผ่นซิลิโคนหรือเจลซิลิโคนตามความเหมาะสม หากพบว่าแผลเริ่มนูนขึ้นอีก ควรเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินและรักษาตั้งแต่ระยะแรก
สรุปการรักษาคีลอยด์อย่างไรไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
แผลเป็นนูนและแผลเป็นคีลอยด์เป็นปัญหาที่สามารถรักษาได้ หากได้รับการวินิจฉัยและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม รวมถึงดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้ การพบแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยให้การรักษาได้ผลดีและลดปัญหาแผลเป็นในระยะยาว
หากคุณกำลังมีปัญหาแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ และต้องการดูแนวทางการรักษาที่เหมาะกับลักษณะของแผล สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับ โปรแกรมรักษารอยแผล และบริการของ GM Clinic เพิ่มเติมได้ที่ GM Clinic
( เนื้อหานี้ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการโดยทีมแพทย์ GM Clinic พญ.อภิสรารัชญ์ ชูปัญญาและพญ.ธัญญณัฐพร ชูปัญญา ) รู้จักทีมแพทย์ GM Clinic
ช่องทางการติดต่อ
โทร : 0646515462
Instagram : GMclinic.Ubon
Youtube : gmclinicubon
TikTok : @gmclinicubon
Website : www.gmclinicthailand.com



